unit1 unit2 unit3 unit4
 

     

1.ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน    คลิ๊ก----------------->  แบบทดสอบก่อนเรียน

2.ให้ศึกษาเนื้อหาเรื่องเครื่องปั้มน้ำ                                                                         

    เครื่องปั๊มน้ำ  (Pump)                                           

                เครื่องปั๊มน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งผ่านพลังงานจากแหล่งต้นกำเนิดไปยังของเหลว  เพื่อทำให้ของเหลวเคลื่อนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งที่อยู่สูงกว่า หรือในระยะทางที่ไกลออกไป  โดยจุดเริ่มต้นของเครื่องปั๊มน้ำนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช  ซึ่งในช่วงเริ่มแรกมีการใช้พลังงานที่ได้จากมนุษย์  สัตว์  ต่อมาจึงได้ใช้พลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจากลมและน้ำเป็นแหล่งต้นกำเนิด  ซึ่งในช่วงแรกเพียงเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรเท่านั้น

                ในปัจจุบันเครื่องปั๊มน้ำจัดเป็นอุปกรณ์เครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างมาก  เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยจัดส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร คมนาคม อุตสาหกรรม ตลอดจนการบำบัดน้ำเสียเพื่อรักษาสภาวะแวดล้อมที่ดีให้กับมนุษย์ ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องปั๊มน้ำในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ใช้พลังงานจากแหล่งธรรมชาติมาเป็นการใช้พลังงานจากไอน้ำ จากเครื่องยนต์ และที่นิยมกันมากคือ การใช้พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน

                                                                    

      ประเภทของปั๊มน้ำ (Type of Pump)

                ปัจจุบันมีการจัดแบ่งประเภทของปั๊มน้ำหลายรูปแบบ และมีการเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปมากมาย  ดังนั้นจึงมีการจัดหมวดหมู่ออกได้เป็น 2 แบบคือ
                                2.1 แยกตามลักษณะการเพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลว หรือการไหลของของเหลวในปั๊ม ได้แก่                                          
                                              
ก. ประเภทปั๊มแรงเหวี่ยง หรือปั๊มหอยโข่ง(Centrifugal)
    เพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลวโดยอาศัยแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลางปั๊มแบบนี้บางครั้งเรียกว่าแบบ Rota – dynamic      

หลักการทำงานของปั๊มน้ำหอยโข่ง

 

                                                          

ตัวอย่างปั๊มหอยโข่ง                                    

                                               ข. ประเภทโรตารี่ (Rotary) เพิ่มพลังงานโดยอาศัยการหมุนของฟันเฟืองรอบแกนกลาง  

                                                                                

หลักการทำงานของปั๊มโรตารี

            

                                                                             

ตัวอย่างโรตารีปั๊ม

                                         
 
                                             ค. ประเภทลูกสูบชัก (Reciprocating) เพิ่มพลังงานโดยอาศัยการอัดโดยตรงในกระบอกสูบ

หลักการทำงานของปั๊มลูกสูบชัก

                                                  

ตัวอย่างปั๊มแบบลูกสูบชัก


                                    
    ง. ประเภทพิเศษ (Special) เป็นปั๊มที่มีลักษณะพิเศษ ไม่สามารถจัดอยู่ในทั้งสามประเภทที่กล่าวมา

                       

ตัวอย่างปั๊มแบบพิเศษ


                                 
2.2 แยกตามลักษณะการขับดันของเหลวในปั๊ม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

                           ก. ประเภททำงานโดยไม่อาศัยหลักการแทนที่ของเหลว (Dynamic) เป็นปั๊มประเภทอาศัยแรง    เหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลางและแบบพิเศษ
                   ข. ประเภททำงานโดยอาศัยหลักการแทนที่ของเหลว (Positive Displacement) คือการเคลื่อนที่โดยอาศัยชิ้นส่วนของเครื่องสูบ ปั๊มประเภทนี้จะรวมเอาแบบโรตารี่และแบบลูกสูบชักเข้าอยู่ในกลุ่มด้วย
นอกจากการแบ่งเป็นสองแบบตามที่กล่าวมาแล้ว ยังอาจแบ่งปั๊มตามวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละชนิดด้วยเช่น ปั๊มดับเพลิง ปั๊มลม ปั๊มสูญญากาศ ปั๊มบาดาล เป็นต้น

 คุณสมบัติของปั๊มแต่ละชนิด
                              3.1 ลักษณะการทำงานของปั๊มแบบแรงเหวี่ยง
ปั๊มแบบแรงเหวี่ยงเป็นปั๊มที่ได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเทียบกับปั๊มแบบอื่น ๆ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เหมาะสมกับการใช้งานหลายประเภทประกอบกับการดูแลรักษาง่าย ส่วนประกอบของเครื่อง มีใบพัดอยู่ในเสื้อเครื่องรูปหอยโข่ง (Volute Casing) ให้พลังงานแก่ของเหลวโดยการหมุนของใบพัด ทำให้สามารถยกน้ำจากระดับต่ำขึ้นไปสู่ระดับสูงได้ ดังรูปในหัวข้อ ก. ประเภทปั๊มแรงเหวี่ยง หรือปั๊มหอยโข่ง(Centrifugal)  

                หลักการทำงานของเครื่อง  พลังงานจะเข้าสู่ปั๊มโดยผ่านเพลาซึ่งมีใบพัดติดอยู่  เมื่อใบพัดหมุนของเหลวภายในปั๊มจะไหลจากส่วนกลางของใบพัดไปสู่ส่วนปลายของใบพัด (Vane)  จากการกระทำของแรงเหวี่ยงจากแผ่นใบพัดนี้จะทำให้เฮดความดัน (Pressure Head)ของเหลวเพิ่มขึ้น  เมื่อของเหลวได้รับความเร่งจากแผ่นใบพัดก็จะทำให้มีเฮดความเร็วสูงขึ้น ส่งผลให้ของเหลวไหลจากปลายของใบพัดเข้าสู่เสื้อปั๊มรูปหอยโข่ง แล้วออกไปสู่ทางออกของปั๊มในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนเฮดความเร็วเป็นเฮดความดัน  ดังนั้นเฮดที่ให้แก่ของเหลวต่อหนึ่งหน่วยความหนักเรียกว่า เฮดรวมของปั๊ม

                             3.2 ลักษณะการทำงานของปั๊มแบบลูกสูบชัก
                                ปั๊มประเภทลูกสูบชัก (Reciprocating pump) เป็นประเภทที่เพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลวโดยการเคลื่อนที่ของลูกสูบเข้าไปอัดของเหลวให้ไหลไปสู่ทางด้านจ่าย ปริมาตรของของเหลวที่สูบได้ในแต่ละครั้งจะเท่ากับผลคูณของพื้นที่หน้าตัดของกระบอกสูบกับช่วงชักของกระบอกสูบนั้น ดังรูป

 การเลือกเครื่องปั๊มน้ำ
               
การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ อาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม  และบ้านพักอาศัย ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                         
4.1 การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสำหรับอาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม
เครื่องปั๊มน้ำสำหรับอาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น
  จำเป็นต้องพิจารณาให้ละเอียด เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีเรื่องราคาและค่าบำรุงรักษาเข้ามาเกี่ยวข้อง  ข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบก่อนที่จะทำการเลือกเครื่องปั๊มน้ำมีดังนี้                                                 
                                                 4.1.1
ชนิดของของเหลวที่ต้องการสูบ อุณหภูมิ  ความหนืด  ความหนาแน่น
                                                
4.1.2 อัตราการสูบ (Flow rate)ที่ต้องการ
                                                
4.1.3 ความดัน หรือความสูงที่ต้องยกของเหลวนั้น ๆ ขึ้นไป หรือที่เรียกว่า เฮด (Head)
                                                4.1.4
ความเร็วรอบของปั๊มที่เป็นไปได้
                                                 
4.1.5 ลักษณะของระบบท่อที่มีอยู่
                                                 
4.1.6 ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้แทนจำหน่ายเกี่ยวกับเครื่องปั๊ม
                            
 
4.2 การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสำหรับบ้านพักอาศัย
                เครื่องปั๊มน้ำสำหรับบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จะเป็นชนิดสำเร็จรูป  ประกอบด้วยตัวปั๊มและถังความดัน ซึ่งจะมีอยู่หลายรูปแบบเช่น แบบที่เป็นตัวปั๊มเกาะอยู่บนถังความดัน  และมีฝาครอบที่เรียกว่า “ปั๊มกระป๋อง” ตัวปั๊มจะควบคุมการทำงานด้วยสวิทซ์ความดัน (Pressure Switch) ซึ่งจะมีการทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้น้ำในบ้าน ความดันในท่อจะลดลงจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มก็จะทำงานจ่ายน้ำเข้าเส้นท่อ เมื่อหยุดหรือปิดอุปกรณ์ ความดันจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มก็จะหยุดทำงาน  เครื่องปั๊มน้ำแบบนี้มักมีขนาดให้เลือกไม่มากนัก เพราะผลิตมาเพื่อใช้ในครัวเรือนขนาดเล็ก ๆ จนถึงขนาดกลาง  ถ้าเป็นบ้านหรืออาคารขนาดใหญ่ ต้องใช้ชุดเครื่องปั๊มน้ำแบบที่จ่ายน้ำได้มากและสามารถเลือกความดันได้หลายระดับ  ในการเลือกปั๊มน้ำใช้ในบ้านพักอาศัยควรพิจารณาดังนี้
                                                            4.2.1 ควรเลือกปั๊มที่มีถังความดันประกอบสำเร็จเป็นชุด เพราะถังความดันจะเก็บน้ำช่วยรักษาความดันภายในท่อส่งน้ำ และมีผลให้ในขณะใช้งานปั๊มน้ำไม่ต้องทำงานตลอดเวลา จึงช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า  และปั๊มน้ำจะมีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย
                                                             4.2.2 อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องประกอบกันมาอย่างดี มีความคงทน ไม่เป็นสนิมง่าย และมีตัวป้องกันมอเตอร์ไหม้
                                                             4.2.3 เลือกกำลังมอเตอร์ของปั๊มให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม่เลือกขนาดกำลังมอเตอร์ที่เล็กเกินไป เพราะจะทำให้ปั๊มทำงานบ่อย สิ้นเปลืองไฟฟ้า
                การเลือกกำลังมอเตอร์ของปั๊ม หรือการเลือกขนาดของปั๊มนั้น จะเลือกซื้อตามลักษณะการออกแบบของผู้ผลิต ซึ่งจะออกแบบตามหลักเกณฑ์ดังนี้
                         
ก. ออกแบบตามระยะความสูงของท่อที่จะต่อจากระดับพื้นดินถึงจุดจ่ายน้ำสูงที่สุดของตัวบ้านหรืออาคาร?                               
                           ข.
ออกแบบตามจำนวนก๊อกน้ำที่อาจมีการเปิดใช้น้ำพร้อมกัน เช่น ซักผ้า อาบน้ำ รดต้นไม้ ล้างรถยนต์ ประกอบอาหาร ล้างจาน ฯลฯ

ตัวอย่างการพิจารณาเลือกซื้อปั๊มน้ำ
บ้าน
2 ชั้น ระยะความสูงของท่อส่งน้ำที่จะใช้ส่งน้ำขึ้นชั้นที่ 2 ประมาณ 6-7 เมตรมีห้องน้ำ 2 ห้อง ซึ่งประกอบด้วยชักโครก 2 ชุด สายชำระ 2 ชุด ฝักบัว 2 หัว อ่างล้างหน้า 1 ชุด มีก๊อกน้ำสำหรับซักล้างและห้องครัวอีก 2 ตัว จะเลือกซื้อปั๊มน้ำอย่างไร ?
กรณีที่ 1 พิจารณาจากความสูงของท่อน้ำ

ถ้าพิจารณาจากความสูงของท่อของตัวบ้าน จะต้องต่อท่อส่งน้ำให้สูงจากระดับพื้นดินถึงชั้นบนประมาณ 6-7 เมตร เมื่อร้านค้ามีรายละเอียดของปั๊มน้ำแต่ละขนาดให้เลือก ดังแสดงในตารางข้างบน
                    ดังนั้นจึงควรเลือกรุ่นที่กำหนดความสูงของท่อส่งน้ำเท่ากับหรือสูงกว่าท่อส่งน้ำของบ้าน คือเลือกที่ความสูงของท่อส่งน้ำสูง
8 เมตร จะได้ขนาดของปั๊มที่มีกำลังมอเตอร์รุ่น B คือขนาด 100 วัตต์ (0.134 แรงม้า) ซึ่งมีปริมาณน้ำส่ง 16 ลิตร / นาที หรือจะเลือกรุ่น C คือขนาด 150 วัตต์ (0.201 แรงม้า) ได้ปริมาณน้ำส่ง 21 ลิตร / นาที
                    
กรณีที่ 2 พิจารณาจากจำนวนก๊อกน้ำที่เปิดพร้อมกันและความสูงของบ้าน
ควรพิจารณาเลือกกำลังของมอเตอร์เป็นหลัก รายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาขอดูจากผู้ขาย ดังตารางข้างล่าง


 

          จากตาราง ถ้าคาดว่าจำนวนก๊อกน้ำที่จะเปิดใช้พร้อมกันมีไม่เกิน 3 จุด ก็ควรเลือกปั๊มน้ำรุ่นที่ 1 ซึ่งมีกำลังมอเตอร์ 1125 วัตต์ (0.262 แรงม้า) มีปริมาณน้ำส่ง 18 ลิตร / นาที ระยะส่งของท่อน้ำสูงถึง 9 เมตร และใช้ได้ดีกับอาคารสูง 2 ชั้น

  การติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ
                การติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำที่ใช้อยู่ตามบ้านและอาคารมีอยู่ 2 แบบ
                            ก.
ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำอยู่บนดิน
?                  ข. ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำอยู่ใต้ดิน

ทั้ง 2 แบบควรกระทำดังนี้
1. ควรตั้งระยะดูดไม่ให้เกิน 9 เมตร  เพื่อให้การสูบน้ำเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ระยะท่อดูดน้ำจากปั๊มน้ำถึงถังเก็บน้ำที่อยู่บนพื้นดินไม่ควรเกิน 9 เมตร หรือสำหรับถังเก็บน้ำที่อยู่ใต้ดิน ควรให้ปลายท่อดูดน้ำจากก้นถังถึงระดับกึ่งกลางของปั๊มน้ำไม่เกิน 9 เมตรเช่นกัน
2. ควรติดตั้งปั๊มน้ำใกล้บ่อน้ำ  ควรให้ระยะความลึกของท่อน้ำจากกึ่งกลางปั๊มน้ำถึงระดับใต้ผิวน้ำในบ่อไม่เกิน 9 เมตรเช่นกัน เพื่อความสะดวกต่อการซ่อมแซมและการระบายน้ำ
3. ควรยึดเครื่องกับแท่นหรือพื้นที่แข็งแรง เช่น คอนกรีต หรือทำกรอบไม้เพื่อยึดขาปั๊มเพื่อเข้ากับพื้นให้มั่นคงและได้ระดับ ไม่เช่นนั้นจะมีเสียงดังขณะปั๊มทำงาน
4. การต่อท่อ  การต่อท่อที่ดีจะต้องมีข้อต่อให้น้อยที่สุด เพื่อลดการสูญเสียอัตราการไหลของน้ำเนื่องจากความเสียดทานภายในท่อ  ท่อทางด้านสูบควรมีความลาดเอียงไม่เกิน 2 เซนติเมตรทุกความยาวท่อ 1 เมตร เพื่อให้การสูบน้ำของปั๊มน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด  ต้องระวังอย่าให้เกิดรอยรั่วตามข้อต่อไม่ว่าจะเป็นท่อทางด้านสูบหรือด้านส่ง  เพราะจะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของปั๊มน้ำ คือถ้าท่อทางด้านสูบก่อนเข้าปั๊มน้ำมีการรั่ว จะทำให้มีอากาศเกิดขึ้นในท่อ และทำให้ไม่สามารถสูบน้ำให้ไหลต่อเนื่องและเต็มท่อได้ ส่งผลให้น้ำทางด้านส่งหรือด้านที่ต่อออกจากปั๊มน้ำไปถึงก๊อกน้ำมีอัตราการไหลน้อยกว่าปรกติ และหากยังคงมีอากาศเข้าในระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ปั๊มน้ำไหม้ได้  กรณีที่มีการรั่วท่อด้านส่ง   หรือท่อที่ต่อไปก๊อกน้ำ จะมีผลให้ปั๊มน้ำทำงานบ่อยครั้ง  การรั่วเพียงเล็กน้อย เป็นเพียงหยดน้ำเล็ก ๆ ก็มีผลทำให้ความดันในเส้นท่อลดลง และเมื่อลดลงถึงระดับที่ตั้งไว้ สวิตซ์ความดันจะสั่งงานให้ปั๊มน้ำทำงาน 
                    
ดังนั้นเมื่อต่อท่อของระบบเสร็จแล้วควรมีการทดสอบการรั่วของท่อ โดยอัดน้ำเข้าในเส้นท่อจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากความดันในปั๊มน้ำไม่มีการลดลงก็แสดงว่าระบบท่อไม่มีการรั่ว
                 สำหรับการสูบน้ำจากบ่อ การต่อท่อด้านสูบของปั๊มน้ำที่จะต้องจุ่มปลายท่อลงในบ่อน้ำควรใส่ฟุตวาล์ว
(Foot Valve)และตัวกรองน้ำไว้ที่ปลายท่อสูบด้วย เพื่อกรองเศษใบไม้ เศษหิน เศษดิน ไม่ให้เข้าไปอุดตันในปั๊มน้ำ และฟุตวาล์วยังป้องกันน้ำในระบบท่อไหลย้อนกลับไปในบ่อน้ำขณะที่ปั๊มหยุดทำงาน  และฟุตวาล์วควรสูงจากพื้นก้นบ่ออย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ผงหรือตะกอนถูกสูบขึ้นมา
         
         5. การติดตั้งถังเก็บน้ำ  สำหรับบ้านพักอาศัยทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ควรติดตั้งถังเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นถังเก็บน้ำบนดินหรือใต้ดิน ให้ต่อจากมิเตอร์วัดน้ำของการประปา เพื่อสำรองน้ำจากท่อประปาไว้ในถังเก็บน้ำให้มากพอ แล้วจึงต่อท่อน้ำส่งเข้าตัวปั๊มน้ำ เมื่อเราใช้น้ำตามจุดต่าง ๆ พร้อมกันหลายจุด แรงดันในท่อน้ำจะลดลง ปั๊มน้ำก็จะเริ่มทำงานเกิดแรงดันให้น้ำไหลได้มากขึ้น   แต่ถ้าเป็นอาคารสูงหลาย ๆ ชั้น การติดตั้งจะเหมือนแบบตามบ้านอาศัย แต่จะเพิ่มถังเก็บน้ำอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร แล้วปั๊มน้ำจากระดับพื้นดินสู่ถังเก็บน้ำชั้นบน เพื่อสำรองไว้ใช้ตามจุดใช้น้ำตามแต่ละชั้นของอาคาร

 การใช้งานปั๊มน้ำ

                เมื่อติดตั้งปั๊มน้ำและระบบท่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ก่อนใช้ปั๊มน้ำควรปฏิบัติดังนี้
                    
1. ปิดวาล์วของท่อด้านส่งน้ำ  ปิดอุปกรณ์ใช้น้ำและปิดก๊อกน้ำให้สนิท
                    2. ถอดจุกเติมน้ำของตัวปั๊มน้ำ
                    3. เติมน้ำให้เต็มจนมีน้ำล้น
                   4. ปิดจุกให้แน่น
                   5. ต่อระบบไฟฟ้า  ให้ปั๊มทำงาน
                   6. เมื่อปั๊มน้ำทำงานแล้ว  ให้เปิดวาล์วของท่อด้านส่งน้ำ หรืออุปกรณ์ใช้น้ำทีละน้อย  แต่ถ้าปั๊มน้ำทำงานแล้วมีน้ำออกน้อยหรือน้ำไม่ไหล  อาจเป็นเพราะว่าครั้งแรกเติมน้ำน้อยเกินไป ให้เติมน้ำใหม่อีกครั้ง

 การบำรุงรักษาปั๊มน้ำ
                ตารางที่ 3  การบำรุงรักษาปั๊มน้ำ

 

สูบน้ำขึ้น แต่มีอาการดังนี้

สาเหตุ อาจมาจาก

วิธีแก้ไข

มอเตอร์ทำงานไม่หยุด

สวิตซ์ความดันเสีย

ซ่อม หรือเปลี่ยนใหม่

ก๊อกน้ำปิด แต่ปั๊มทำงาน

1.ท่อดูดหรือท่อส่งรั่ว

1.ซ่อมแซม

 

2.น้ำรั่วจากชิ้นส่วนกันการรั่วซึม

2.เปลี่ยนใหม่

 

3.การปิดตัวของเช็ควาล์วไม่สนิท

3.ทำความสะอาดเช็ควาล์ว

ปั๊มทำงานบ่อยเกินไป

1. สวิตซ์ความดันเสีย

1.เช็คสวิตซ์ความดันหรือเปลี่ยนใหม่

 

2.อากาศในถังมีไม่เพียงพอ

2.ถ่ายน้ำออกจากถังให้หมดและทำความสะอาดหน้าสัมผัสสวิตซ์ความดัน

 

3.ปริมาณการใช้น้ำมากและบ่อย

3.ปิดก๊อกน้ำให้สนิท

น้ำไหลช้า

1.ท่อด้านส่งมีการอุดตัน

1.แก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่

 

2.น้ำทางด้านสูบมีน้อยหรือไม่มี

2.ปิดปั๊มน้ำ

ตารางที่ 3  การบำรุงรักษาปั๊มน้ำ (ต่อ)

สูบน้ำไม่ขึ้น แต่มีอาการดังนี้

สาเหตุ อาจมาจาก

วิธีแก้ไข

มอเตอร์ไม่ทำงาน

1.ปลั๊กไฟหลวม

1.เสียบปลั๊กให้แน่น

 

2.สวิตซ์หลักปิดหรือฟิวส์ขาด

2.ตรวจสอบสวิตซ์และเปลี่ยนฟิวส์

 

3.ขดลวดในมอเตอร์หรือสวิตซ์ความดันเสีย

3.ซ่อมมอเตอร์หรือสวิตซ์ความดันหรือเปลี่ยนใหม่

 

4.ปลั๊กไฟหรือสายไฟขาด

4.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนปลั๊กไฟและสายไฟ

มอเตอร์ทำงานผิดปรกติ

1.อากาศเข้าไปในท่อดูด

1.เช็ครอยต่อของท่อและซ่อม

 

2.ตัวอัดอากาศอัตโนมัติเสีย

2.เปลี่ยนตัวใหม่

 

3.น้ำที่ใช้ล่อไม่เพียงพอ

3.ปิดเครื่องแล้วเติมน้ำล่อใหม่

 

4.ท่อทางดูดตัน

4.เช็คและทำความสะอาดท่อ

 

5.ระดับน้ำในแหล่งน้ำต่ำกว่าปลายท่อดูด

5.ติดตั้งปลายท่อดูดให้ลึกลงไปในน้ำ

มอเตอร์ทำงานมีเสียงดังผิดปรกติ มี 2 กรณี

 

 

- มอเตอร์ร้อนจัด

1.ใบพัดล็อกเกิดจากสนิมหรือทราย

1.เปิดฝาหัวปั๊มและทำความสะอาดใบพัด

 

2.ลูกปืนเสีย

2.เปลี่ยนใหม่

- ความเร็วรอบของมอเตอร์

1.ตัวเก็บประจุรั่วหรือละลาย

1.เปลี่ยนใหม่

ลดลง

2.แรงดันไฟฟ้าต่ำกว่าพิกัดใช้งาน

2.ปรึกษาการไฟฟ้าในเขตนั้นๆ

   3.ให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน    คลิ๊ก  --------------------->แบบทดสอบหลังเรียน

                                                                             

   



 

อาจารย์ผู้สอน นายนิธิ  ปรัสรา
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี